ซีรี่ย์ฝรั่ง

ซีรี่ย์ฝรั่ง หนังเต็มเรื่อง HD

ซีรี่ย์ฝรั่ง  A Hidden Life เป็นหนังที่ผลิตขึ้นมาจากความจริงในประวัติศาตร์ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 บอกเล่าเรื่องราวของ Franz Jägerstätter หนุ่มคนที่ชีวิตดีที่มีพร้อมทุกสิ่ง มีอีกทั้งเมีย มีลูกเล็กสวย ทำการเกษตร ท่ามกลางธรรมชาติที่สุดแสนจะสวยสดงดงาม แต่ว่าความสำราญพวกนั้นก็อยู่ได้เพียงแต่ไม่นาน เมื่อเขาโดนหลักเกณฑ์ไปเป็นทหารให้กับ Adolf Hitler แต่ว่าเมื่อเขาได้เข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆเขาก็รับทราบว่าความเลวของการที่จะจะต้องไปปฏิบัติงานในนั้นยากแค่ไหน การทำสงคราม ฆ่าผู้คนมันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ

รวมทั้งคราวที่เขาจะโดนเรียกตัวมาดำเนินงานอีกครั้ง เขาได้ปฎิเสธฮิตเลอร์แบบขวานผ่าซาก เขามิได้เลือกที่จะหนี เขาเลือกที่จะเจอหน้า รวมทั้งถูกสบประมาทว่าเป็นกบฏ นำมาซึ่งการทำให้ตัวเขาแล้วก็ครอบครัวเดือดร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับ A Hidden Life ตอนนี้ได้ผู้กำกับมือดี เทอเรนซ์ มาร์ลิก สื่อเล่าราวในหลืบมุมประวัติศาสตร์​ของสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกรอบโดยหันไปเล่าของ ฟรันซ์ เจเกอร์สแตตเทอร์ ชาวไร่ชาวนาชายหนุ่มคนออสเตรีย ในเมืองราเดกุนด์

ผู้เคยออกศึกให้กับท้องนาซีกระทั่งทราบลึกหมดไส้หมดท้องว่าเขาคงจะไม่บางทีอาจให้มือที่เคยเพาะปลูกเรื่องดีงามไปฆ่าบุคคลอื่นหรือรับใช้ฮิตเลอร์ได้อีกต่อไป แต่ว่าการรบที่เขาบากบั่นหลีกเลี่ยงก็กลับมารังแกชีวิตและก็ครอบครัวเขาอีกรอบอีกทั้งในลักษณะของการขอเงินช่วยเหลืออวยพรรคนาซีสุดโฉด ดูหนังผ่านเน็ตหรือการที่คนภายในหมู่บ้านเริ่มแสดงทีท่าไม่เป็นมิตรต่อเขาแล้วก็ ฟรานซิสกา เจเกอร์สแตตเทอร์ อย่างออกนอกหน้า ภายหลังที่เขาแสดงทีท่าไม่ชอบฮิตเลอร์ที่เสมอเหมือนบิดาของชาวออสเตรียในตอนนั้น

จนกว่าเขาจำต้องกลับไปสู่กองทัพอีกรอบแต่ว่า ซีรี่ย์ฝรั่ง ตอนนี้ด้วยความรั้นก็ทำให้เขาจำเป็นต้องถูกกักขังเนื่องจากว่าไม่ยินยอมยอมต่อทุ่งนาซี ทิ้งเอาไว้เพียงแต่ ฟรานซิสกา กับลูกๆที่ยังคงจำเป็นต้องต่อสู้ในการรบที่ความชังในหมู่บ้านรวมทั้งมานะทำทุกทางเพื่อให้เสรีภาพให้กับเขาถัดไปแม้ว่าหนังจะบอกถึงเรื่องราวในตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้กระนั้นเพราะเหตุใดพวกเราและก็มั่นใจว่าคนอีกจำนวนไม่น้อยกลับเห็นว่ามันสะท้อนให้มองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่มิได้ไกลตัวเลยแม้แต่น้อย

เพราะอะไรผู้ที่มองเห็นต่างถึงแปลงเป็นปัญหา แปลงเป็นคนผิด โดนสังคมประนาม โดนวินิจฉัยไปต่างๆนานา แถมครอบครัวยังจะต้องลำบากไปด้วย ทั้งยังจากประชาชนร่วมกันเอง รวมทั้งระบอบเผด็จการทหารอันน่าชิงชัง ผู้ใดกันแน่มองเห็นต่าง ไม่เคารพนับถือ “ท่านหัวหน้า” ก็โดนจับไปขัง ใช้กำลังเมื่อใดก็ได้ไม่ผิด บังคับผู้น้อยอย่างไร้เหตุรวมทั้งผล บากบั่นชักจูง ปรับทัศนคติให้เคารพนับถือเชื่อถือใน “ท่านหัวหน้า” หากยังมิได้อีก ก็นำไปไปศาล ตัดสินโทษให้ไม่ถูก สั่งประหารซะสิ กล้วยๆเท่านั้น มันเป็นชะตาชีวิตอันน่าสลดหดหู่ใจของผู้ที่มองเห็นต่าง เพียงแค่ผู้ที่ไม่เห็นพ้อง ก็จำต้องพบกับเรื่องอันน่าสงสารแบบงี้…ผมมิได้พุดถึงสิ่งอื่น ผมเอ่ยถึงโชคชะตา ของผู้แสดงในประเด็นนี้จริงๆนะ

ซีรี่ย์ฝรั่ง

มีประโยคนึงที่นักแสดงกล่าวเอาไว้ว่าพวกเรากระเป๋านเพียงแค่คนตัวเล็กๆจะมีสิทธ์มีเสียงอะไร แล้วก็ ยอมทนความไม่ยุติธรรม ดียิ่งกว่าจำเป็นต้องทนทำแบบงี้ สะท้อนภาพยอมแพ้ของคนภายในสังคมที่ทราบล่ะมันมิได้ถูกซะทีเดียว แม้กระนั้นพวกเราทำอะไรมิได้ จะต้องก้มหัว เห็นด้วย แล้วก็โดยมากก็เป็นอย่างงั้น แต่ว่ามันไม่ใช่กับผู้แสดงนำชาย ผู้แสดงนำชายยังยึดมั่นทัศนคติ แนวความคิด ความเชื่อถือของเขา แม้ว่าเขาไม่เคยทราบหรอก ความประพฤติเขามันจะมีผลอะไร

ขยายไปวงกว้างขนาดไหน หรือจะเป็นประโยชน์ในภายภาคข้างหลังถัดไปอย่างไร แม้ว่าจะหวังให้วงจรอุบาทนี้มันจบเพียงแค่รุ่นของเขาก็ตาม แม้กระนั้นเค้ายังตั้งมั่นในสิ่งที่เขาเชื่อ ถึงแม้ว่าจนกระทั่งวินาทีในที่สุดของชีวิต ถึงมันจะบางทีอาจหมายคือการจะต้องแลกเปลี่ยนไปกับความสบายในชีวิตทุกสิ่งทุกอย่างของเขา

เป็นปกติเมื่อหนังที่สลักแบรนด์ชของ เทอเรนซ์ มาร์ลิก ซีรี่ย์ฝรั่ง ก็ย่อมมีความหมายว่าสปีดของหนังจะช้ากว่าธรรมดาแน่นอนแต่ว่ากับหนังหัวข้อนี้ ความแช่มช้า แล้วก็ภาพที่ให้พวกเราซับบรรยากาศ ภาพ เสียงธรรมชาติในมุมกว้างๆกลับสร้างความหมายในตัวมันเอง เหตุว่าธรรมชาตินั้นมีกฎแน่นอนและก็มันก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดกฎข้อบังคับหรือแนวทางการสำหรับเพื่อการดำรงชีวิต ซึ่งในที่นี้หมายความว่างานเกษตรกรรมที่ดินฟ้าเป็นเจ้าชีวิตของพันธุ์พืชทั้งหลายแหล่ รวมทั้งเป็นดินฟ้าที่ระบุชะตากรรมของคนภายในแง่วิธีการทำรับประทานเช่นเดียวกัน

ไม่ถูกกับมนุษย์ที่ความเลื่อมใส รวมทั้ง อุดมการณ์ เป็นตัวระบุกิเลส กิเลส ความรัก หรือ ชัง ซึ่งมวลของความไม่วางใจก็อบอวลอยู่เต็มหมู่บ้าน ผ่านสถานะการณ์อีกทั้งสายตาที่มองดูฆ้อนและก็คนบ้วนน้ำลายใส่ฟรานซิสกา หรือจนกระทั่งการมีเรื่องมีราวชกกับคนภายในหมู่บ้านของฟรันซ์ โดยถ่ายทอดผ่านกล้องถ่ายภาพที่ตั้งใจล่วงล้ำไปถ่ายรูปในขนาดใกล้รวมทั้งไม่มีความนิ่งงัน

ซึ่งเหตุมาจากเพียงแต่อุดมการณ์รักเสรีของทั้งสอง เป้าหมายเพียงแต่ความเงียบสงบรวมทั้งการใช้ชีวิตทำการเกษตรแล้วก็เล่นกับลูกๆไปวันๆแต่มันก็กลับราคาแพงที่จำต้องจ่ายถึงชีวิตเพื่อแลกเปลี่ยนกับความสงบเงียบดังที่กล่าวมาแล้วซึ่งหนังก็ถ่ายทอดผ่านงานภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแล้วก็โดยปริยายมันกลับมีผลต่ออารมณ์ผู้ชมให้หวาดหวั่นสะทกสะท้านกับอคติของคนเรามากยิ่งกว่าฟ้าร้องที่ยังเหลือเผื่อเมตตาให้เกษตรกรอย่างพวกเขา

แล้วก็โดยที่เกือบจะไม่เกี่ยวข้องกันแต่มีผลอย่างน่าแปลก  ซีรี่ย์ฝรั่ง การที่พวกเราจำต้องดูหนังทั้งยังเรื่องในโรงโดยไม่บางทีอาจถอดหน้ากากอนามัยออกได้ในนามของ ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal. มันกลับเสมือนโยงชีวิตพวกเรากับนักแสดงทั้งยังฟรันซ์รวมทั้งฟรานเซสกาได้อย่างแปลก ยังไม่นับเรื่องที่คนเห็นต่างทางด้านการเมืองจำต้องถูกรุกรามตามล่า รวมทั้งผู้คนทำเป็นเพียงแต่ติดแฮชแท็กแล้วเซฟคนโน่นคนนี้ื ไม่มีความแตกต่างจากออสเตรียตอนทุ่งนาซีเรืองอำนาจที่พวกเราจำต้องกำเนิดปริศนาว่า

ชาติบ้านเมืองแบบไหนกันที่ผลักให้อิสระชนจะต้องดำรงชีวิตแบบรักตัวกลัวตายถึงเพียงนี้หนังมีความยาวแทบ 3 ชั่วโมง ที่เล่ากล้วยๆแต่ว่าตัวหนังบางครั้งอาจจะน่ารำคาญ เดินเรื่องช้าๆเนิบๆถ้าหากผู้ใดกันแน่เกลียดชังบางครั้งอาจจะหลับได้หลายตลบเลยล่ะ แถมยังมีการตัดต่อในซีนนั้นๆแบบแปลกๆมันเป็นการ Jump แม้กระนั้นมันก็ Jump แบบไม่สม่ำเสมอที่ตามองเห็น แต่ว่าสม่ำเสมอที่อารมณ์ความรู้สึก

แม้กระนั้นในระหว่างประเด็นนั้นพวกเราจะได้เห็นภาพอันงดงามของเทือกเขา ฟ้า ใบต้นหญ้า ที่สวยสดงดงามแบบจริงๆสวยสดงดงามทั้งยังทัศนียภาพ แล้วก็ระยะเวลาความสบายของตัวนำหนังยังเลือกบรรยายเรื่องผ่านเสียงของพระ-นางที่ส่งจดหมายตอบรับกัน มันช่างเหมาะ ประจวบเหมาะ นุ่มนวล เพราะ น่าคิดถึงย์หา น่าเห็นใจ และก็ซาบซึ้งใจสุดๆ

รวมทั้งในความงดงามพวกนั้นมันก็ซ่อนเร้นไปด้วยความน่าเวทนากับเรื่องราวที่พบเจอ รวมทั้งยิ่งพักหลัง มันน่าเจ็บจริงๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการยินยอมรับ ความรู้สึกของคำว่ารู้เรื่อง…แต่ว่าทำอะไรมิได้จริงๆกับระบบอันน่าชิงชังนี้ มันเปลี่ยนมิได้จริงๆหว่างทางสัญญะต่างๆก็ถูกปูขึ้นอย่างมีความนัยยะ ไม่ว่าจะเป็น เสียงรถจักรยานของพนักงานส่งจดหมายที่ดารานำชายกลัวโดนเรียกตัว, เสียงของเครื่องจักรที่แทนอารมณ์นักแสดง, มุมกล้องถ่ายรูปที่บอกถึงความสับสน หมดหวัง

รวมทั้งฟ้าอันมืดมากเสมือนฝนจะตกที่สื่อให้มองเห็นถึงมรสุมชีวิตที่ผู้แสดงนำจำต้องพบ ตราบจนกระทั่งฝนตกลงมาในส่วนท้ายมันเป็นสิ่งที่ได้ปล่อย และก็เป็นสิ่งที่มันบางทีอาจมีผลมาในภายภาคข้างหลังต่อคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสดชื่น ให้พืชผลิดอกให้ผลเติบโตถัดไปสรุปแล้ว A Hidden Life เป็นหนังที่บางครั้งก็อาจจะไม่เหมาะสมกับทุกคน มันมิได้บันเทิงใจหรอก มันน่ารำคาญด้วย แม้กระนั้นพวกเราว่ามันเป็นหนังที่ดีเรื่องนึง มันไม่บางทีอาจละสายตาได้จริงๆกับภาพที่มองเห็น กับเรื่องราวที่พบเจอ มันหลีกลี้มิได้จริงๆ

 

February เดือนสอง ถูกตาย

เดือนกุมภาพันธ์” บางครั้งก็อาจจะขึ้นชื่อลือชาในฐานะที่เป็นเดือนของความรัก แถมยังเคยเป็นอีกทั้งชื่อเพลงแล้วก็ชื่อหนังรักโด่งดังของไทยมาแล้ว แต่ว่าวันนี้พวกเราจะมาเอ๋ยถึงหนังสยองขวัญชื่อ February หรือ The Blackcoat’s Daughter ควบคุมโดย Osgood Perkins ผู้กำเนิดเดือนสอง (ลูกชายของสมัยก่อนดาราหนังมีชื่อ Anthony Perkins) รวมทั้งแสดงนำโดย Emma Roberts ดาราสาวดาวรุ่งจาก Nerve ผู้ซึ่งกำเนิดเดือนสองเช่นเดียวกัน

บิดามารดาของ Kat (Kiernan Shipka จาก Mad Men) ไม่มารับคุณที่โรงเรียนกินนอนตามที่กำหนด อาจารย์ใหญ่ก็เลยให้รุ่นพี่ Rose (Lucy Boynton จาก Sing Street) ซึ่งบิดามารดาจะมารับช้ากว่าระบุเหมือนกัน กับพยาบาลอีกสองคน ช่วยเหลือกันดูแล Kat ในเวลาเดียวกันในชานเมืองออกไป Joan (Emma Roberts จาก Nerve) ได้ติดรถยนต์สองผัวเมียคู่หนึ่งซึ่งกำลังมาสถานที่เรียนที่นี้ เพื่อมาหาใครซักคนด้วยFebruary เป็นหนังสยองขวัญเกี่ยวกับภูต

ซึ่งถึงแม้ภูติผีปีศาจจะไม่ค่อยได้อาละวาดหรือออกก่อกวนอย่างหนักเท่าปีศาจหรือภูติผีปีศาจในหนังเรื่องอื่นๆแม้กระนั้นลักษณะเด่นของหนังหัวข้อนี้เป็นการผลิตบรรยากาศ ส่วนประกอบของภาพแต่ละช็อตงามมากมาย แม้กระนั้นช่วงเวลาเดียวกันก็มองสันโดษ นิ่ง ดาร์ค ลึกลับแล้วก็น่าสยอง ดังนี้จำต้องสรรเสริญงาน cinematography ของ Julie Kirkwood, งาน Production Design, งาน Sound, จนกระทั่งงาน Music ของ Elvis Perkins (น้องชายของผู้กำกับ)

หัวข้อนี้จะพาพวกเราไปรู้จักกับเพศหญิงสามคน ซีรี่ย์ฝรั่ง  คนแรกหมายถึงแคเทอลีน (Kiernan Shipka/เคียร์แนน ชิปกา จาก ‘Carriers (2009)’) คุณเป็นผู้เรียนของสถานศึกษากางรมฟอร์ดที่เริ่มจะมีหยุดยาว คุณรอคอยให้บิดามารดามารับแต่ว่าแล้วพวกเขาก็ไม่มา นำมาซึ่งการทำให้คุณจำเป็นต้องอยู่กับเด็กนักเรียนสาวอีกคน โรส (ลูซี่ บอยน์ตัน/Lucy Boynton จาก ‘Sing Street’) รุ่นพี่ที่มองไม่เต็มใจจะเป็นคนดูแลให้มากแค่ไหน

เคียร์แนน ชิปกา สาวน้อยวัย 17 เป็นอีกผู้ที่ได้รับเสียงสรรเสริญจากหน้าที่ แคทเธอรีน ของคุณ เคียร์แนน เป็นสาวน้อยสวยเค้าหน้าแจ่มใส แม้กระนั้นก็ได้เล่นบทที่ท้า แล้วก็สามารถถ่ายทอดทางสายตาออกมาได้ดิบได้ดี เนื่องจากว่าหนังมีความเร้นลับปัญหาอยู่ในเส้นเรื่องมากมายก็เลยเป็นการเขียนรีวิวที่ต้องระวังอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะภาพอธิบายหลายๆภาพก็เผยตัวตนที่จริงจริงของผู้แสดง แล้วก็มีทีเด็ดอยู่ที่การมัดความเกี่ยวข้องของ 3 นักแสดงหลัก ดังนั้นหากตกลงใจว่าจะมอง อย่าเสิร์ชอ่านอะไรมากมายนะครับ ต่อให้ IMDB ก็สปอยล์หนังตั้งแต่บรรทัดแรกแล้ว ไม่ใช่หนังแนวที่เอาอกเอาใจตลาดนัก

การตัดต่อหรือการเล่าเรื่อง บางทีอาจมองงวยงงๆเนื่องจากว่าหนังเขามิได้เล่าแบบ chronological order หรือ time order ทำให้พวกเราจะต้องปะติดปะต่อรวมทั้งเรียบเรียงเรื่องราวเองไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่ค่อนข้างจะฉลาดปราดเปรื่องสำหรับการพากเพียรทำเรื่องราวที่บางครั้งก็อาจจะคาดคะเนได้ง่ายให้แปลงเป็น “คาดการณ์ได้ยาก” ด้วยเหตุว่านี่กว่าพวกเราจะปะติดปะต่อถูกก็ขว้างไปแล้วเกินครึ่งเรื่อง ซึ่งบางทีก็อาจจะช้าไปเสียด้วยซ้ำสำหรับการตีความหมายหนังอีกทั้งเรื่อง

พูดได้ว่า ดูหนังผ่านเน็ต ตั้งแต่เริ่มเรื่องไปจนกระทั่งตอนสุดท้ายของหนัง ซีรี่ย์ฝรั่ง  ผู้กำกับฯ เล่นกับการสับไทม์ไลน์เป็นชิ้นๆแล้วสลับใส่วางเรียงมันอย่างเบิกบานมือ แต่ละตอนก็ใช้วิธีแตกต่างออกไปบ้าง คนไหนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจะรับกับการเล่าแนวนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีมึน รวมทั้งวุ่นวายแม้ว่าจะผ่านมาจนกระทั่งช่วงท้ายของเรื่องและตาม

อย่างไรก็แล้วแต่ จำต้องยกย่องในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการคุมโทนงานภาพที่แนวได้เสมอต้นเสมอปลายตลอดเรื่อง เน้นย้ำความทึม แสงสว่างด้านในน้อยๆแต่ว่าภายนอกสว่างจ้า การจัดวางที่ติเตียนสต์ๆประสานไปกับการตัดต่อที่สลับไปๆมาๆ และก็เสียงเพลงสไตล์กระตุ้นเร้าที่ดังขึ้นมาบ้าง รวมทั้งเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตนเองไปบ้าง นอกเหนือจากที่จะรักษาโทนของงานภาพรวมทั้งยังรักษาโทนของการดำเนินเรื่องให้นิ่งได้อย่างงั้นตลอดเรื่องด้วย

เรื่องราวที่เกี่ยวการบูชาปีศาจของคนภายในบริเวณนั้น ความมืดมนที่ใช้บรรยากาศช่วงกลางวันที่หิมะสีขาวโพลน และก็เวลากลางคืนมืดทึมที่แสนเหน็บหนาว หนังเริ่มด้วยการผลิตความข้องใจในใจผู้คน ก่อนที่จะคลี่คลายอะไรๆในตอนสุดท้ายที่ก็น่าจะไม่มีผู้ใดเดาได้ถูกFebruary เป็นการผลิตหนังที่งามอย่างมืดมน ซึ่งจะเป็นการสะท้อนประสบการณ์ของผู้กำกับออสฉันด เพอร์รับประทานส์กับการสูญเสียอะไรบางอย่างอย่างถ่องแท้และไม่ทันตั้งตัว โดยได้แรงผลักดันจากหนังสยองขวัญคลาสสิกที่มีคุณค่าความเป็นคนอย่าง Rosemary’s Baby, Carrie, Don’t Look Now แล้วก็ Let the Right One In

หนังเดินหน้าไปแบบบรรยากาศชักชวนอึดอัด ด้วยโทนภาพสีซีดจางๆมืดๆสลับกับความขาวโพลนของหิมะ รูปผ่านวัตถุข้าวของมืดๆดำๆมุมกล้องถ่ายภาพแคบๆยิ่งเชื้อเชิญให้อึดอัด บวกกับเสียงประกอบที่เชิญชวนหลอนตลอดระยะเวลา และก็เส้นเรื่องที่เชิญให้สงสัย กับนักแสดงหลักอีกทั้ง 3 แคธลีน เด็ก ม.ต้น กับ โรส เด็ก ม.ปลาย งามมั่ก ส่วนเอ็มม่า โรเบิร์ต เล่นบทเป็นโจน หญิงสาวลึกลับไม่มีที่มาเดินเร่ร่อนอยู่ริมทาง มาเจอกับใบเสร็จรับเงิน

ชายลีลาอัธยาศัยดีที่มาถามด้วยความห่วงใยและก็เสนอให้โจนติดรถยนต์ไปกับเขาด้วย ยิ่งเชื้อเชิญให้สงสัยกับเจตนาของใบเสร็จรับเงินว่าจะมาไม้ไหน และก็เรื่องราวของโจน จะไปบรรจบกับ 2 เด็กในสถานศึกษากางรมฟอร์ดเช่นไรหนังเดินหน้าไปแบบช้าๆเนิบๆให้มองไปคิดตามไปกว่าชั่วโมงถึงจะเริ่มทายใจแนวทางได้ เป็นหนังสยองขวัญที่ไม่มีฉากตุ้งแช่เลย แต่ว่าเน้นย้ำบรรยากาศเครียดๆชักชวนให้ลุ้นกับสถาการณ์ที่จะกำเนิดแล้วก็เจตนาของบรรดาผู้แสดงเสียมากกว่า หนังชั่วร้ายพอควร ฉากโหดเหี้ยมชี้ให้เห็นเพียงพอรับทราบได้ว่านักแสดงกำลังทำอะไรแม้กระนั้นไม่ย้ำแหวะ

 

Antebellum แอนเทเบลลัม หลอน ย้อน โลก

เวโรนิกา เฮนลีย์ (จาเนลล์ โมเน) ผู้เขียนโด่งดัง และก็เป็นนักสู้เพื่อสิทธิของคนดำ ที่วันหนึ่งคุณก็พบว่าตนเองย้อนกลับไปอยู่ในสมัยสงครามกลางเมือง เป็นคนงานในฟาร์มฝ้ายของนิคมทหารข้างใต้ที่แบ่งผิวเต็มที่ ระหว่างที่ตัวคุณเองก็แปลงเป็นนางบำเรอของผู้บังคับบัญชากองทัพ แม้กระนั้นในขณะเดียวกัน คุณก็คือความปรารถนาเดียวของเหล่าคนดำตรงนี้ ที่ถูกข่มเหงเช่นเดียวกันกับไม่ใช่มนุษย์ ที่นอกเหนือจากที่จะต้องหาทางช่วยเหลือทุกคนให้ได้แล้ว เฮนลีย์ที่ถูกตั้งชื่อเสียงเรียงนามให้ใหม่เป็นอีเด็น ยังต้องหาคำตอบของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคราวนี้

เวโรนิก้าเป็นนักเคลื่อนด้านสังคมที่ต่อสู้ในเรื่องของสิทธิของชาวผิวสี  ซีรี่ย์ฝรั่ง เพศ และก็การเช็ดกกดขี่ของคนดำในประเทศอเมริกา คุณส่งผลงานหนังสือในระดับเบสเซลเลอร์ ความรู้ความเข้าใจรอบด้านของคุณในฐานะสตรีเก่ง ที่รอดูแลผัวรวมทั้งลูกน้อยแบบไม่มีมีข้อบกพร่อง จนกว่าวันหนึ่งคุณมีงานที่จะจะต้องบินไปเล่าพิเศษที่เมืองนิวออร์ลีนส์ในตรงนั้นเองคุณเริ่มสัมผัสได้ถึงเหตุแปลกรวมทั้งการเช็ดกคุกคามอปิ้งลึกลับจากหญิงคนหนึ่งที่ชื่ออลิซาเบธ (จีน่า มาโลน) ผู้อ้างตัวว่าเป็นเอเจนซีสำหรับเพื่อการหางานที่เริ่มเข้ามาในชีวิตของเวโรนิก้าเพื่อเป้าประสงค์บางสิ่ง

ผลงานควบคุมของ จอร์แดน พีลผลงานที่ยกหน้าด้วยกลุ่มผลิตมาจาก Get Out แล้วก็ Us ของผู้กำกับ จอร์แดน พีล ซึ่งเด่นในเรื่องสไตล์ความหลอนแบบดราม่าจิตวิทยาผสมความสยดสยองแบบหนาวสันหลังด้วยเรื่องราวเหนือจินตนาการ ซึ่งมักดึงความหวาดกลัวในใจคนออกมาโดยยิ่งไปกว่านั้นจากกรุ๊ปของคนอัฟริกาอเมริกันที่ถูกความแตกต่างทางสีผิวในอเมริกาโจมตีมาเป็นร้อยๆปีจนกระทั่งปัจจุบันนี้กับกระแส Black Lives Matter ซึ่ง Antebellum ก็ใช้ไอเดียการดึงความหวาดกลัวในใจคนดำไม่ว่าจะกี่สมัยต่อกี่สมัยมาใช้ได้อย่างเข้มข้นทีเดียว

ดังนี้เป็นฝีมือการดูแลรวมทั้งจินตนาการจากคู่ขาผู้กำกับมือใหม่นามว่า พบราร์ด บุช รวมทั้ง คริสโตเฟอร์ เรนซ์ ที่ผ่านงานสารคดี โปรโมทรวมทั้งวิดีโอสั้นมาจำนวนมากก่อนได้รับความเชื่อมั่นทำหนังใหญ่เรื่องแรกนี้ แม้กระนั้นกลุ่มส่งเสริมเองก็อดทนพอให้สองผู้กำกับเล่นเพลงฝีแปรงได้ตามปรารถนา ไม่ว่าจะเป็น เปโดร ลัค ผู้กำกับภาพที่เอามาจากหนัง Don’t Breathe (2016) รวมทั้ง The Girl in the Spider’s Web (2018) มาใช้ประสบการณ์ภาพลวงตาเยือกที่เปิดมาด้วยลองเทคโชว์ความเก่าแก่ได้น่าดึงดูดทีเดียว

แล้วก็การปลดปล่อยให้ผู้กำกับได้ปล่อยของสุดกำลังเพราะเหตุว่าไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงกลุ่มหนุนก้ทำให้หนังหัวข้อนี้มีของเด็ดของดีให้ประทับใจได้ไม่น้อยเลยการบรรลุเป้าหมายของหนังอีกประการจะต้องชูให้เดอะหาม จาแนลล์ โมเน ศิลปินสาวที่หน้ามีเสน่ห์ไม่น้อย จากหนังอย่าง Moonlight และก็ Hidden Figure ที่สะท้อนความหวาดกลัว ความเก่งกล้า

รวมทั้งการซ่อนเร้นความอับจนหนทางไว้ได้อย่างเชิญอินในทุกซีน ซีรี่ย์ฝรั่ง  ส่วนผู้แสดงประกอบผู้อื่นไม่ใช่ว่าไม่ดี เพราะเหตุว่าหนุนเรื่องได้น่าดึงดูดโดยยิ่งไปกว่านั้นเหล่าตัวร้ายทั้งหลายแหล่เล่นได้น่าชังน้ำหน้า ตั้งแต่แก่กระทั่งถึงเด็กอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าภาพรวมแต่อาจจะจำเป็นต้องชูให้หนังประเด็นนี้เป็นหนังของ โมเน จริงๆโน่นล่ะ

ซีรี่ย์ฝรั่ง

ตัวหนังนำคำที่ว่า “สมัยก่อนมันไม่เคยตาย มันไม่ใช่อดีตกาลเสียด้วยซ้ำ” ของเช็กสเปียร์มายั่วล้อได้น่าดึงดูด ซึ่งจริงๆก็ค่อนข้างจะแปลกที่แปลไทยแบบนี้ แต่ว่าท้ายที่สุดเมื่อดูหนังจบมาทวนคำบอกเล่าช่วงต้นของหนังนี้ก็ทำเอาตบหัวเข่าฉาดเลยเช่นกัน ว่าไปหนังมีความคล้ายคลึงหนังเรื่องหนึ่งซึ่งถ้าหากบอกชื่อไปก็จะสปอยล์ตัวหนังนี้โดยทันที ตกลงว่าสองผุ้ดูแลเอาไอเดียประเด็นนั้นมาปั่นเรื่องความหวาดกลัวของผิวสีได้เฉียบคมมากมาย บทมีความเหลื่อมล้ำสั่นประสาทอยู่เสมอ

ส่วนประกอบที่ดีไซน์ไว้ให้มันดำเนินงานเสร็จ ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เวลากว่าครึ่งชั่วโมงแรกให้กับการปูพื้นดราม่า จนถึงพวกเราสงสัยว่า เอ่ ที่มองในแบบอย่างเรื่องเหนือธรรมชาติย้อนอดีตมันมีอยู่จริงๆหรือเพียงแค่หน้าหนังหลอกพวกเราอีกแล้ว แต่ท้ายที่สุดหนังก็ใช้ประโยชน์จากครึ่งชั่วโมงแรกได้ชะงัด เป็นราวกับการดู One Cut of the Dead ที่ช่วงหลังเฉลยคำตอบแล้วบางทีอาจไม่ได้เรื่องฮา ถ้าหากแม้กระนั้นเป็นความสยดสยอง สลด อย่างไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์เคยปฏิบัติกับมนุษย์ได้เพียงนี้เลยหรือ

ความร้ายแรงนั้นถูกเห็นด้วยในอดีตกาลมากยิ่งกว่าตอนนี้ได้ใช่หรือ และก็ลบล้างความโรแมนติกในบทละครอย่าง ทวิโลก ไปแบบทั้งหมด ว่าในโลกความเป็นจริงมณีจันทร์ย้อนเวลาไปอาจจะแปลงเป็นขี้ข้า แล้วก็บทหวานของคุณพระอาจจะเปลี่ยนเป็นแส้ฟาดรวมทั้งกระสุนปืนแทนในด้านของความตื่นเต้นสยองขวัญนั้น Antebellum จัดได้ว่าแทบไม่มีความรู้สึกอย่างงั้นอย่างสิ้นเชิง แต่ว่าในทางของใจความสำคัญเรื่องดราม่าระหว่างผิวสีนั้น

หนังจัดได้ว่าทำเป็นเข้มข้นและก็ปิดบังร่องรอยที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดขณะที่การหักมุมได้อย่างแนบเนียน ซีรี่ย์ฝรั่ง  สาเหตุหนึ่งคงจะจำต้องกล่าวว่าหนังเลือกใช้เคล็ดวิธีทางภาพยนตร์อย่าง “การตัดต่อ”เอามาหลอกผู้ชมได้อย่างหลักแหลม รวมทั้งหลายทีหนังก็มานะแนะนำผู้ชมด้วยไปว่านี่เป็นหนังแนว “การกลับชาติมากำเนิด” หรือไม่ เป็นต้นว่าการวัวลสอัพรอยรอยแผลจากการโดนตีตราของเอเดนแล้วก็เสนอลักษณะของการปวดข้างหลังในจุดเดียวกันของเวโรนิก้า ฯลฯหนังโคตรน่าดู ถามมากมาย

แล้วก็ที่สำคัญมิได้ปรัชญาจ้ะแต่ว่ามอบความเพลิดเพลินให้ผู้ชมสายดราม่าสยดสยองได้มันสุดพะย่ะจ้ะทีเดียวเชียวหนังเล่าแบบสูตรสำเร็จหนังใช้เวลา 40 นาทีแรกสำหรับเพื่อการฉายถึงชีวิตของชาวผิวสีสำหรับเพื่อการถูกคนผิวขาวบังคับ บังคับให้เก็บฝ้าย ดำเนินงานใช้แรงงานตลอดทั้งวัน ห้ามไม่ให้คุยกัน จับกลุ่มกัน หรือมีความสัมพันธ์กัน มีความรู้สึกว่าโลเคชันในเรื่องทำเป็นดีเลยสำหรับการเลือกสถานที่ย้อนยุคที่ๆทุกคนยังขี่ม้ารวมทั้งใช้รถม้าสำหรับในการขนสินค้าข้ามเขตเมืองกัน

แถมบ้านหรือไร่ก็ยังเหมือนจริงอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่สงสัยว่าหัวข้อนี้มีผีหรือไม่ ประเด็นนี้ไม่มีผีจ้ะ แต่ว่าสิ่งที่หลอนกว่าผีก็คือความนึกคิดคนนี้แหละก่อนจะใช้ 20 นาทีกึ่งกลางเรื่องเป็นการเฉลยคำตอบเงื่อนเรื่องราวทุกๆสิ่งทุกๆอย่างรวมทั้ง 20 นาทีข้างหลังสำหรับในการหนีและก็เอาชีวิตรอดของตัวนำที่ตัวหนังค่อนข้างจะสนุก ตื่นเต้น แล้วก็หลอนน่าขนลุกพอเหมาะพอควรเลย การแสดงของดาราหนังหลักและก็ดาราสมทบก็เป็นธรรมชาติและก็เหมือนจริงเป็นอย่างยิ่ง

แสงสีแสงสว่างเงาส่วนประกอบในเรื่องย้ำไปที่สีครึ้มมืดๆหน่อยเพื่อสร้างบรรยากาศหลอนๆนิ่งๆไม่น่าวางใจของตัวหนังเองด้วยAntebellum ก็ไม่มีความแตกต่างไปจากหนังอีกหลายๆเรื่อง ที่เรื่องย่อหรือพล็อตสั้นๆไม่กี่บรรทัดที่ปลดปล่อยออกมาให้ได้รับรู้กัน เป็นอีกหนึ่งกลไกสำหรับการหลอกล่อผู้ชม เป็นการเล่นกับการรับทราบของคนเราตั้งแต่พวกเขายังมิได้สัมผัสกับหนัง แล้วพอใช้ได้ดูกันจริงๆทุกๆอย่างที่รับทราบมาก็ไม่ใช่ไหมได้มีเพียงแค่ที่ว่าเอาไว้

ที่บางครั้งบางคราวหนังก็บางทีอาจพาตนเองไปในแนวทางที่ไม่เหมือนกันเลยด้วยเท่าที่พอเพียงจะบอกได้ ในแบบที่ไม่ทำให้ใครก็ช่างที่ยังมิได้ดูรวมทั้งคิดจะดูไม่ถึงกับหมดสนุกเมื่อไปซื้อตั๋วดูหนังหัวข้อนี้ก็คือ หนังมีความเป็นงานลึกลับซับซ้อนมาก ที่ (มานะ) เป็นงานตื่นเต้น ซึ่งมีจุดเริ่มแรกคือเรื่องของการแบ่งผิว แล้วคิดการณ์ใหญ่กับผู้ที่อยู่ในฝั่งตรงข้าม โดยยิ่งไปกว่านั้นบรรดาผู้ที่เป็นที่รู้จัก ที่ลูกเล่นสำหรับเพื่อการเล่า อาจก่อให้ระลึกถึงหนังเรื่องหนึ่งของ เอ็ม ไนท์. ชยามาลาน

แล้วที่ยังคลับคลากันอีกก็เป็น หนังมีความเป็นงานดรามามากยิ่งกว่างานตื่นเต้น  ซีรี่ย์ฝรั่ง ที่บากบั่นอย่างยิ่งอย่างที่บอกเอาไว้ แม้กระนั้นก็ทำไม่เสร็จ เมื่อไปวุ่นอยู่กับประเด็นการบังคับขี้ข้าในไร่ฝ้ายของบรรดาทหารในนิคม จนถึงรู้สึกราวกับกำลังดูหนังแบบ 12 Year a Slave อย่างไรแบบนั้นกระทั่งผ่านไปเกินครึ่งเรื่องด้วยมั้ง ที่ผู้ชมได้สัมผัสถึงการเป็นงานที่มีประเด็นบางสิ่งบางอย่างแอบซ่อนเอาไว้ เมื่อหนังกล่าวมาว่า อีเด็นที่ดูราวกับว่าเป็นความหวังสำหรับการมีชีวิตรอดของขี้ข้าทั้งหลายแหล่ เป็นเฮนลีย์ในโลกเดี๋ยวนี้

ซึ่งจุดปัญหาถึงการไปอยู่ในอีกสมัย อีกยุคหนึ่งของคุณขึ้นมา อีกทั้งคุณไปอยู่ที่ตรงนั้นได้ยังไง แล้วก็คนไหนกันที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังสถานะการณ์นี้ รวมถึงทางออกออกมาจากอดีตกาล (?) อันอำมหิตหนังมีความระทึกใจเป็นการเป็นงานเยอะขึ้นก็นับจากนี้ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปิดเผยเค้าหน้าของผู้ที่เกี่ยวเนื่องกับอีกทั้งอีเด็นรวมทั้งเฮนลีย์มาครั้งละรายสองราย ที่ให้รู้สึกราวกับว่า

นอกเหนือจากการที่จะเป็นการเดินทางย้อนเวลาแล้ว เฮนลีย์ไปยังอยู่บนโลกคู่ขนานไปพร้อมเพียงกันหนังเผยความเป็นจริงในแบบที่หักมุม มีความมีเหตุมีผลที่เชื่อมโยงกันได้ว่า เป็นได้ยังไง รวมทั้งทำไมที่นิคมที่นี้ถึงเป็นอย่างที่มองเห็น ซึ่งหากรวมกับพล็อตหรือเรื่องย่อที่ปลดปล่อยออกมาในตอนแรก เห็นได้ชัดว่า

หนังตั้งอกตั้งใจหลอกผู้ชมอย่างเอาจริงเอาจัง เป็นขั้นเป็นตอน แม้ว่าจะเกินความจำเป็นก็ตาม ถ้าดูในด้านนี้ก็จัดว่าทำสำเร็จ แม้กระนั้นก็ไม่ถึงกับทำให้ตบหัวเข่าฉาด ไม่ช็อคหรืออัศจรรย์ใจอะไรนัก อีกทั้งเนื่องจากว่ามาคราวหลังหนังบางเรื่องอย่างที่บอก ทั้งยังการเล่าเรื่องที่เอื่อยเฉื่อย กระทั่งความแรงของเหตุการณ์เปลี่ยนตัดทอนอย่างมากมาย และไม่เคยรู้สึกถึงสัมผัสของงานกระตุกขวัญ เอาเพียงแค่ตระหนกตกใจหรือรู้สึกได้ถึงความหลอน ก็ไม่น่าจะไปถึง

 

20th Century Girl 20 เซนจูปรี่ รักนี้ซาบซ่า

โนยุยงนซอ รับบทบาทเป็น ยอนมอง เด็กผู้หญิงผู้เติบโตมากับทุ่งนาโบรากระทั่งเปรียบคนที่อาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกัน แม้ว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจทำให้สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่ว่าคุณยังแจ่มใสรวมทั้งมองโลกในแง่ดีอยู่ตลอด“20th Century Girl “ ที่มาพร้อมทั้งคอนเซ็ปต์ที่คล้ายกับซีรีส์ประเทศเกาหลีดังหลายเรื่อง อย่าง Reply 1988 หรือ Twenty-Five Twenty-One อะไรทำนองนั้น ที่แทรกสอดวันวานที่ความมานะบากบั่นในสนามแข่งขันรักกับสมัยอะที่นาล็อก ที่บรรยากาศการจีบกันแบบเก่าๆได้กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกที

20th Century Girl 20 เซนจูปรี่ รักนี้ซาบซ่าเล่าผ่าน ซีรี่ย์ฝรั่ง  ท้องนาโบรา (เล่นบทโดย คิมยูจอง) เด็กหญิงวัยมัธยมที่ตกกระไดพลอยโจนสู่ภารกิจสื่อรักครั้งใหม่ เมื่อเพื่อนเกลอที่สุดในชีวิตอย่าง ยอนมอง (เล่นบทโดย โนยุยงนซอ) กำลังจะบินลัดฟ้าไปผ่าตัดเปลี่ยนแปลงหัวใจยังสหรัฐฯ แต่ทว่ายังไม่ทันจะไปคุณกลับเจอผู้ชายคนหนึ่งนามว่า แพคฮยอนจิน (สวมบทบาทโดย พัคจองอู) ที่ทำให้หลงเสน่ห์เข้าอย่างจัง คุณก็เลยฝากฝังให้ทุ่งนาโบราช่วยซอกแซกตามติดเพื่อเก็บข้อมูลของชายหนุ่มคนนี้ระหว่างที่คุณไม่อยู่

เมื่อมิตรภาพสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ที่นาโบราก็เลยเต็มอกเต็มใจช่วยสหายคนนี้อย่างเต็มกำลังที่นาโบราเริ่มดำเนินการซ่อนตัวเข้าไปยังชุมนุมวิทยุกระจายเสียงของสถานศึกษาหวังจะได้คลุกวงในกระจายข่าวให้เพื่อนสนิท แทนที่จะเป็นไปตามแผนแม้กระนั้นชะตากรรมก็พัดพาไปรู้จักกับ ท้องอุนโฮ (สวมบทบาทโดย บยอนอูซอก) หนุ่มน้อยผู้เป็นคู่ซี้ตัวชิดกับแพคฮยอนจิน ความสนิทสนมสนิททำให้หัวใจของที่นาโบราซาบซ่าขึ้นมาอย่างบอกผิด เมื่อทั้งสองต่างรู้สึกไม่แตกต่างกันก็เลยคิดสานสโมสรคบค้าสมาคมดูใจ

แต่ว่าแล้วการกลับมาของยอนมองพร้อมความเข้าใจผิดอันยิ่งใหญ่ได้ทำให้เหตุก่อนหน้านี้เริ่มวุ่นวายงงมาก รักแรกพบคราวนี้ก็เลยผสมปนเปไปด้วยรสหวานอมขมที่มาพร้อมรอยยิ้มแล้วก็คราบเปื้อนน้ำตาหนังรักวัยรุ่นย้อนยุคประเทศเกาหลีที่เชยตั้งแต่เค้าโครงเรื่องย้อนความจำของนางเอกไปยังยุควัยรุ่นที่มีรักคราวแรก ตัวเรื่องก็ยังคงเชยตามสูตรไปด้วย เริ่มตั้งแต่การปิ๊งรักกับชายหนุ่มหน้ามนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเข้ามาพบคุณโดยบังเอิญ ก่อนจะเริ่มพอใจกันและกัน มีตอนโมเมนต์ดูใจกัน

ตอนดื้อถูกใจนะแต่ว่าไม่ยินยอมบอกออกมา ฉากโรแมนติกหลับตาพริ้มคอยดารานำชายจูบ เกือบทุกอย่างในหัวข้อนี้เป็นกระบวนการทำซ้ำจากหนังรักที่มีมาก่อนแล้วทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้กระทั้งตอนช่วงหลังที่เพียรพยายามหักมุมให้เป็นตอนดราม่ารันทดก็ตามสูตรทุกๆอย่างเป๊ะๆ อย่างฉากอกหักเดินตากฝนยอดนิยม ฉากวิ่งไปบอกรักให้ทันก่อนที่จะอีกข้างจะจากไป ก่อนจบลงแบบตั้งอกตั้งใจหักดิบความรู้สึกผู้ชมเพื่อทำให้ผู้ชมน้ำตาแตก แต่ว่าทุกๆอย่างมันเป็น

ซีรี่ย์ฝรั่ง

หนังสูตรสำเร็จที่ผู้ชมยุคนี้คงจะเคยมองมาแล้วนับไม่ถ้วนมันเลยไม่ค่อยเห็นผลอย่างที่ผู้ผลิตหวังไว้นัก เว้นเสียแต่แต่ว่าผู้ชมที่ชอบพอแนวนี้ที่พร้อมจะอินกับบทสูตรสำเร็จแบบเดิมๆเพียงแค่นั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1999 สาววัย 17 อย่าง โบรา จำเป็นต้องพบเจอกับภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิตวัยรุ่น ซึ่งก็คือการจำเป็นต้องยอมมิตรภาพสำคัญกว่าทุกอย่าง ไม่เว้นกระทั่งความรัก ยอนมอง เพื่อนพ้องของคุณ กำลังจะเดินทางไปต่างถิ่นเพื่อไปผ่าตัดหัวใจ แล้วก็โบราจะต้องไปแอบส่องชายหนุ่มคนแรกที่ยอนมองแอบรักเพื่อเอากลับมาเล่าให้สหายฟัง

เพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดทุกอย่างเท่าที่จะทำเป็นเกี่ยวกับฮยอนจิน โบราพุ่งเป้าไปที่เพื่อนรักของเขา มันก็คือ อุนโฮ แต่ว่าทั้งหมดทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน รวมทั้งโบราก็จะต้องงงงวยที่ศึกษาค้นพบว่าหัวใจของคุณเองเต้นแรงกว่าที่คิด เวลานี้วิดีโอเทปที่กลับมาแสดงตัวขึ้นอีกทีในฤดูหนาวปี 2019 ก็ได้พาเอานานาประการความจำจากศตวรรษที่ 20 กลับมาอีกรอบที่จริงแล้ว 20th Century Girl ก็เป็นหนังรอมคอมวัยรุ่นที่มาพร้อมด้วยแพ็คเกจสูตรสำเร็จแบบเดิมๆหนังเกือบจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้รู้สึกว้าวมากแค่ไหน

อีกทั้งพล็อตแล้วก็เค้าเรื่องก็เกือบจะไม่ได้แตกต่างกับหนังแนวๆนี้ที่ออกฉายในตอนสมัยปี 2000s ที่มีหนังแนวนี้ดังๆอยู่หลายเรื่อง ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างค่อนข้างจะซ้ำแล้วก็ซ้ำซาก ซีรี่ย์ฝรั่ง  เขินแล้วก็ทายใจอะไรได้แบบไม่ต้องสลับซับซ้อนเลยแม้กระนั้นสิ่งที่ทำให้ 20th Century Girl ยังเป็นหนังที่สนุกสนานได้ ก็เพราะว่าเสน่ห์ของหนังประเทศเกาหลีนั่นแหละ จังหวะของหนังยังค่อนข้างจะเวิร์กกับเนื้อในของหนังอย่างดีเยี่ยม ถึงพล็อตจะเชย รายละเอียดจะซ้ำซากจำเจ

แต่ว่ามันก็สามารถเป็นหนังที่มองบันเทิงใจได้ด้วยตัวของมันเองอย่างน่าประทับใจ มีความโบ๊ะบ๊ะ ความดราม่า ที่เป็นสูตรสำเร็จแบบเฉพาะของหนังประเทศเกาหลีใส่เข้ามาตามขนบธรรมเนียมประเพณีบรรยกาศ สมัย 90s20th Century Girl มีเบื้องหลังอยู่ในปี 1999 หนังก็เลยพาพวกเราย้อนตะเข็บเส้นเวลาเพื่อเชิญชวนไปสัมผัสบรรยากาศสมัยแอนะล็อกที่เคยเจริญ ตลอดทั้งเรื่องอบอวลไปด้วยเสน่ห์จากสิ่งของเครื่องใช้ที่ดูเหมือนล้ำยุคที่สุดในระยะเวลานั้นไม่ว่าจะเป็น เครื่องเล่นวิดีโอ ตู้โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์หน้าจอตู้ กล้องถ่ายสำหรับรูป วิทยุติดตามตัว รวมถึงการเก็บเนื้อหาสถานที่ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ยานพาหนะ

ตลอดจนกิมไม่กเล็กๆที่เอามาร้อยเรียงเป็นส่วนประกอบฉาก ซีรี่ย์ฝรั่ง  สิ่งละเล็กละน้อยที่ผ่านตาตลอดสองชั่วโมงทำให้ความสนุกสนานในวันวานผุดขึ้นมาเป็นระยะ มั่นใจว่าคนไหนกันเติบโตมาในสมัย 90 จะสุขสบายมากมายเมื่อได้มองหัวข้อนี้นอกเหนือจากที่จะสามารถเก็บเนื้อหาของชาติบ้านเมืองได้ในระดับที่น่าพึงพอใจแล้ว หนังยังมาพร้อมงานโปรดักชันที่ละเมียด นับว่าเป็นอีกหนึ่งมิติที่ช่วยเชื่อมโยงความรู้สึกของผู้ชมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเรื่องราวได้อย่างคมคาย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้โทนสี

ดีไซน์องศาของแสงสว่างให้มองกระจายฝัน การบอกกล่าวเรื่องราวของผู้แสดงผ่านคลิปวิดีโอ และก็ดนตรีแล้วก็เพลงประกอบฉากที่พอดีกับข้อความสำคัญอยากติดต่อ ส่วนประกอบพวกนี้ช่วยแต่งแต้มบรรยากาศตอนปี 1999-2000 ให้อบอวลไปด้วยเสน่ห์ที่กระปรี้กระเปร่า เสมือนว่าพวกเราได้ร่วมเดินทางไปกับนักแสดงตั้งแต่ต้นกระทั่งจบแบบครบสมบูรณ์

เนื่องจากว่าตัวเรื่องใช้สูตรสำเร็จเชยๆมาเล่าทั้งยังเรื่อง  baibye  ตัวเรื่องก็เลยเหลือจุดแข็งที่พอเพียงขายได้อยู่เป็นวิชาความรู้สีกรีโทรโอลสคูลอาหารของของใช้ต่างๆในสมัยนั้น สมัยที่วิทยุติดตามตัวสำคัญมากกับชีวิตคนกับการติดต่อผ่านอีเมล์ ตัวเรื่องพากเพียรใช้ประโยชน์จากสิ่งพวกนี้สำหรับการเดินเรื่อง ซึ่งผู้ชมที่เติบโตมาในสมัยนั้นก็อาจรู้สึกร่วมไม่น้อย ยิ่งกว่านั้นยังมีม้วนวิดีโอที่ตัวเรื่องอยากได้เล่นกับการส่งต่อผ่านทศวรรษ 20 ไป 21 เพื่อสมกับชื่อนี้ด้วย (บ้านนางเอกเป็นร้านค้าเช่าม้วนวิดีโอ) ก็เป็นความมานะนำของโบราณย้อนยุคมารวมกับเรื่องราวความรักเจริญทีเดียว ยิ่งรวมกับโทนภาพกระจายๆราวกับภาพฟิล์มถ่ายรูปสมัยโบราณของเรื่องด้วยก็ทำให้ฉากย้อนยุคในเรื่องมองมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก

เสน่ห์ของศิลปินผู้แสดงหลักที่แจ่มใสน่ารักน่าเอ็นดูสิ่งที่ช่วยยั่วยวนใจให้หัวข้อนี้ดูดีเยอะที่สุดเป็น ซีรี่ย์ฝรั่ง  เสน่ห์ของศิลปินดาราหนังหลักที่แจ่มใสสวย คิมยูจอง ที่เล่นบทเป็น ท้องนาโบรา กับดารานำชาย บยอนอูซอก สวมบทบาทเป็น ท้องอุนโฮ เคมีทั้งสองเข้ากันได้มากมายจนกระทั่งคงจะทำให้ผู้ขมรู้สึกอินตามไปกับเรื่องราวความรักคราวแรกของทั้งสอง แต่ว่าโชคร้ายที่ พัคจองอู เล่นบทเป็น แพคฮยอนจิน สหายดารานำชายที่บทก็ยังเป็นเพียงแค่พระรองปกติทั่วๆไป

เกือบจะมิได้มีส่วนสำคัญกับเงื่อนต่างๆในเรื่องเลย ส่วน โนยุยงนซอ สวมบทเป็น ยอนมอง สหายนางเอกก็แทบไม่มีหน้าที่อะไรมากมายเนื่องจากโผล่มาเพียงแค่ระยะหลังเป็นจุดหักมุมเบาๆของเรื่องตามสูตรเพียงแค่นั้น ตัวเรื่องมานะเน้นย้ำมิตรภาพของทั้งสองที่อยู่เหนือกว่าความรัก แม้กระนั้นมันก็ออกมาแบบง่ายๆมิได้ขยี้หรือดึงหัวใจอะไรนักเลย

อีกสิ่งที่ช่วยประคับประคองหนังเอาไว้ถึงที่กะไว้สุด ก็คือกลุ่มผู้แสดงของเรื่องนั่นเอง “คิมยูจอง” ที่พวกเรามองเห็นคุณมาตั้งแต่ยังเป็นดาราเด็ก เจริญเปลี่ยนเป็นดาราสาวที่อยู่แถวหน้าของแวดวงในขณะนี้ และก็คุณก็ยังเก่งกับการรับบทบาทที่เข้าทางได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยเสน่ห์ของคุณนั้นได้ช่วยประคองหนังทั้งยังเรื่องเอาไว้ได้อยู่มือ

ในช่วงเวลาที่ “บยอนอูซอก” ที่บางทีอาจจะประสบการณ์เป็นคนใหม่กว่า แต่ว่าจำเป็นต้องสารภาพว่าความก้าวหน้าทางการแสดงของเขาก็ดีแล้วขึ้นเป็นลำดับ แม้ว่าจะจำเป็นต้องกลับมาใส่ชุดเด็กนักเรียนอีกที แต่ว่าบทนี้ก็ดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทางกับเขาไม่น้อยจริงๆนี่ก็เลยแปลงเป็นหนังที่แคสติ้งดาราได้กับค้างแรกเตอร์ของผู้แสดงได้อย่างถูกใจทีเดียว แล้วก็ทำให้หนังมีอรรถรสที่กลมกล่อมละมุนละไมมากเพิ่มขึ้น ชดเชยจุดบกพร่องมากที่มีอยู่ในหนังประเด็นนี้

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ไปบ้างแล้ว 20th Century Girl เป็นหนังที่มีพล็อตแสนเชย ซีรี่ย์ฝรั่ง  ราวกับนั่งย้อนดูหนังประเทศเกาหลีเมื่อเกือบจะ 20 ปีที่ผ่านมา แน่ๆว่ามันบางครั้งอาจจะเพราะว่าเป็นหนังย้อนยุค พร้อมด้วยใส่เสน่ห์ต่างๆในสมัยนั้นเข้ามเป็นกิมไม่กรวมทั้งลูกเล่น เพียงแต่ว่ากิมไม่กอะไรกลุ่มนี้เป็นสิ่งที่ผู้ชมมองเห็นกันบ่อยๆกระทั่งแทบบอบช้ำไปแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็ยังเป็นเสน่ห์ แม้กระนั้นมิได้รู้สึกว้าวแล้วก็ละลานตาอะไรอีกแล้ว